เริ่มต้นดู Art และเสพ Art อย่างไรให้เข้าใจว่าทำไมชิ้นงานนี้ถึงดี 

-

งานศิลป์ทำไมถึงขายกันแพง งาน Jackson Pollock แบบสะบัดสีก็ไม่เห็นจะมีอะไร หรืองานของ Mark Rothko ก็แค่กล่องสีเหลี่ยมซ้อนกัน หรืองานของ Picasso ก็เหมือนเด็กหัดวาด ดูไม่เห็นมันจะมีอะไร ไม่เข้าใจว่าทำไมงานพวกนี้ถึงเข้าไปอยู่ในหอศิลป์ได้ แบบนี้เราวาดเองก็ยังได้ รวยแน่นอน มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นความอัจฉริยะ ความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจของศิลปิน คนวาด นี้คงเป็นความคิดหลาย ๆ คนที่เวลาไปดูงานที่หอศิลป์ หรือดูงานศิลป์ครั้งแรกคงมีความคิดขึ้นมา 

หลาย ๆ คนที่เคยไปดูงานศิลปะ แล้วรู้สึกว่าทำไมงานศิลปะที่นำมาแสดงในหอศิลป์นั้น ทำไมถึงได้มาจัดแสดงในที่ตรงนี้ ทำไมถึงมีคุณค่าในชิ้นงานนั้น ๆ และทำไมถึงมีมูลค่าขายกันมหาศาลกันขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่การวาดภาพที่จัดแสดงนั้น ถ้าคิดเอาเองก็สามารถวาด หรือทำได้เอง แต่ทำไมงานศิลป์บางอันถึงมีคุณค่ามากกว่าที่หลาย ๆ คนทำขึ้นมา วันนี้ใน Blog นี้จะมาแนะนำวิธีเข้าใจในงาน Art ว่าทำไมชิ้นงานนี้ถึงดี และจะเสพอย่างไรให้ได้อารมณ์ 

ทุก ๆ คนนั้นต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเองว่า Art คืออะไร เพราะความสวย ความงาม เป็นเรื่องที่ปัจเจกชนจะมีรสนิยมเข้าด้วยกัน ด้วยการที่เราเอาวิธีที่เรามองเข้าไปตัดสินในภาพวาด หรืองานศิลป์นั้น ๆ อาจจะทำให้มีอคติจากความคิดเหล่าได้ เพราะภาพงานศิลป์เหล่านั้นต่างได้รับความชื่นชมจากคนที่มาดูเป็นผลงานชั้นเยี่ยมขึ้นมา ซึ่งวิธีการดูงาน Art ให้ได้อารมณ์แบบเบื้องต้นนั้นคือ 

1. เข้าใจที่มาที่ไปของภาพ : การเข้าใจที่มาที่ไปของภาพ เป็นจุดแรกที่ทำให้เราเข้าใจ Story ของภาพว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมถึงต้องวาดภาพนี้ขึ้นมา และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์อย่างไรขึ้นมา ซึ่งในหอศิลป์ดี ๆ จะมีการบอกเล่าเรื่องราวของภาพนี้อยู่ 

2. ดูขนาดและรูปทรงของงานศิลป์ : การเข้าใจในขนาดภาพว่าใหญ่ของไหนหรือรูปทรงในการวาด ย่อมทำให้เข้าใจในกระบวนการวาดแบบเบื้องต้นว่า มีความยากในการวาดอย่างไร หรือต้องใช้วิธีการไหนในการวาดภาพลงบนกรอบขนาดต่าง ๆ และรูปทรงต่าง ๆ ได้ 

3. ภาพเป็น Abstract หรือ Realistic : เป็นภาพที่เป็นนามธรรม หรือเป็นภาพแนวสมจริง แบบที่วาดกัน แนวภาพอยู่ในช่วงไหน ถ้ามีความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรืออิทธิพลทางสังคมก็สามารถทำให้เข้าใจว่าทำไมภาพนี้ถึงเกิดขึ้นได้ 

4. รูปทรงในภาพ สี และโทนภาพ : เป็นการดูการจัดเรียงขององค์ประกอบภาพอย่างไรให้ดูมีมิติต่าง ๆ หรือทิศทางต่าง ๆ ขึ้นมา และภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งต้องถอยหลังดูภาพรวม และเข้าไปดูใกล้ ๆ เพื่อดูรายละเอียด รวมทั้งเฉดสีที่ใช้ วิธีการไล่สี ต่าง ๆ จนให้ภาพมีโทนที่ตามองค์ประกอบสีที่ดีขึ้นมาจนทำให้เรารู้สึกถึงบรรยากาศของภาพได้ 

นอกจากการดูงานศิลป์เบื้องต้นแบบนี้แล้ว เรายังสามารถดูในความสลับซับซ้อนของภาพวาดขึ้นมาได้ว่ามีความซับซ้อนของการวาดอย่างไร 

1. ฝีแปรงในการวาด : ว่ามีฝีแปรงในการวาดแบบไหน หนักเบา หรือใช้สีหนักแบบ Vangogh ขึ้นมา ให้ความรู้สึกหนักแน่น หรือเหนือจริง หรือทำให้รู้สึกเหนือจินตนาการไหม มีการวาดทับซ้ำแล้ว ซ้ำอีกไหมขึ้นมา การใช้สีของฝีแปรงในภาพอีกด้วย

2. การเคลื่อนไหวในภาพ : ถ้าจ้องดูดี ๆ จะเห็นว่าภาพมีการแผงความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างในภาพนั้น ทำให้เกิดการไล่สายตาดูในภาพว่ากำลังจะสื่อถึงการมองให้มองจากที่ไหน ไปยังที่ไหนขึ้นมา โดยดูจากดวงตาของคนในภาพ 

3. รายละเอียดของภาพ : ในงานศิลป์ที่ดี ภาพจะมีความละเอียดอย่างมาก แสงและเงา ทำให้รู้สึกสมจริงในการวาดภาพ หรือการให้ความรู้สึกของการสื่อสารในภาพออกมา เช่นความสุข ความสงบ ความกลัว ทั้งหมดนี้สามารถดูได้ในรายละเอีบดของภาพที่สื่อออกมา 

4. ความนัยในภาพ : ในหลาย ๆ ภาพมีความนัยของภาพที่ซ้อนอยู่ในภาพอยู่ เช่นสิ่งของในภาพ เรื่องราวของภาพที่สื่อออกมา อะไรจริง อะไรปลอม อะไรที่เหนือจริงในภาพ ทุกอย่างมีการสื่อความหมายที่ให้ไปตีความได้เมื่อครุ่นคิดถึงภาพนั้นขึ้นมา 

5. ความรู้สึกของตัวเองต่อภาพ : การดูงานศิลป์นั้นไม่สามารถดูแบบผ่าน ๆ โฉบไป โฉบมาได้ เพราะการดูแบบผ่าน ๆ ไม่ต่างอะไรจากการแสกนดูที่จะทำให้ไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ลองนั่ง หรือยืนดูภาพนั้นเป็นระยะเวลา 5-10 นาที ดูแล้วลองคิดถึงในข้อต่าง ๆ ที่ระบุไป แล้วลองมาสะท้อนที่ตัวเองว่า รู้สึกอย่างไรกับภาพนี้ และภาพนี้ทำไมเราถึงชอบและจดจำได้ 

Share this article

Recent posts

Popular categories

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Recent comments