How

แยกตัวตนของ Users/Target Group ด้วย โมเดลจิตวิทยา Big 5

ด้วยความเข้าใจ Personality แบบนี้จะทำให้สามารถเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ในเชิงลึกขึ้นอย่างมาก และจะทำให้สามารถจัดการ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เชิงลึกขึ้น

ทำธุรกิจอย่ามัวสนใจ Cherry Picking Metrics แต่ต้องสนใจว่าผลสุดท้ายเป็นยังไง 

การทำธุรกิจและทำการตลาด นั้นมีความสำคัญอย่างมากในการเก็บข้อมูลเพื่อมาวัดผลว่าเป็นอย่างไรบ้าง การวัดผลที่ดีนั้นช่วยในหลาย ๆ เรื่องอย่างมาก เพราะจะทำให้รู้ว่าธุรกิจและการทำการตลาดนั้นไปถูกทางหรือไม่ และหากไปผิดทางก็ยังสามารถปรับตัวในการทำงานได้ทัน แต่ในหลาย ๆ  ครั้ง ปัญหาการเดินทางผิดทางไปไกลก็เกิดขึ้นด้วย ด้วยการที่ไปสนใจการวัดผลที่ไม่ได้ชี้วัดอะไรเพิ่มเติม  การวัดผลนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้รู้ว่างานที่ทำไปนั้นได้ผลมากน้อยแค่ไหน  การวัดผลที่เข้าข้างตัวเอง หรือเลือกแต่ Metrics ที่แสดงผลที่ไม่ได้บ่งชี้อะไรนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการต่อยอดหรือส่งเสริมทางธุรกิจขึ้นมา ซึ่ง Metrics เหล่านี้ เราเรียกว่า  Cherry Picking Metrics ซึ่งเปรียบเสมือนตัวชี้วัดที่เป็นแค่เปลือก แต่ไม่ได้มีความสำคัญต่อแก่นของงาน ทำให้เวลาที่ใช้วัดผล จะดูดีทุกครั้ง แต่ไม่ได้สื่ออะไรมาก และไม่ได้ต่อยอดกับธุรกิจอะไรได้เลย ตัวอย่าง Cherry Picking...

ทำธุรกิจอย่าเชื่อที่ปรึกษาที่ไม่เคยผ่านการทำธุรกิจเองมาจนมากเกินไป

การทำธุรกิจที่ดี การหา Mentor และที่ปรึกษาคนที่เคยผ่านธุรกิจจริง ๆ ทำธุรกิจจริง ๆ มือเปื้อนโคลนมาก่อน จึงสำคัญมากกว่าการฟังที่ปรึกษาที่ไม่เคยผ่านอะไรมา

สร้างแบรนด์แล้วอย่าลืมไปจด Trademark ป้องกันการละเมิดไว้

การจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองเครื่องหมายการค้านั้นไม่ได้ยุ่งยาก และมีประโยชน์มาก หากวันนึงแบรนด์จะเกิดการเติบโต

เก็บ Data แบบ Manual เพื่อทำการหา idea ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัน

การเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเก็บ Data ทำให้สามารถสร้างสินค้าและบริการที่ตรงใจได้ทันที ไม่ต้องล้มเหลวตั้งแต่แรก

อยากสร้าง Product และ Service ให้ดีให้รอดต้องทำ MVP (Minimum Viable Product) 

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการ ไม่ว่าจะองค์กรใหญ่ SME หรือ Startup ไม่ให้ล้มเหลว ไม่ใช่การเล่นใหญ่ ทุ่มเงิน สร้างความคาดหวังในการทำตอนแรกให้ใหญ่ แต่เป็นการเริ่มทดลองว่า MVP นั้นไปรอดไหม

ทำแบรนด์ให้อยากเข้าหาด้วยการสร้าง Brand Identity ที่ตรงใจคน

เมื่อเราสร้างแบรนด์ Personality, Brand Archetype ไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงขั้นสร้างตัวของแบรนด์ที่จะทำให้คนรับรู้ว่า แบรนด์คือของคุณมีอัตลักษณ์เป็นแบบไหน หรือที่เรียกว่า Brand Identity นั้นเอง และสิ่งที่จะทำให้แบรนด์ทำให้คนเข้าหา หรือทำให้คนมาสนใจมากที่สุดก็คือ การที่แบรนด์นั้นสามารถสร้าง Brand Identity ที่แสดงออกมา ให้ตรงกับความคาดหวังที่กลุ่มเป้าหมายนั้นจะรับรู้ หรือสามารถทำให้อัตลักษณ์ที่แสดออกไปนั้นตรงกับภาพลักษณ์ที่กลุ่มเป้าหมายเห็นได้ทันทีนั้นเอง ซึ่งการที่มี Brand Identity ที่ดีนั้น ประกอบด้วยหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน ตัวอย่างเช่น การสื่อสารของแบรนด์  Logo/Image ของแบรนด์  พฤติกรรมของแบรนด์ในการแสดงออกมา  การออกแบบสินค้าและบริการของแบรนด์  วัฒนธรรมองค์กรของแบรนด์  วิศัยทัศน์ของแบรนด์  ภารกิจของแบรนด์  ภาษาที่แบรนด์ใช้  เรื่องราวของแบรนด์  สัมผัสของแบรนด์  ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่ใครกำลังจะสร้างแบรนด์ขึ้นมาต้องกำหนดว่า แบรนด์ตัวเองจะมี Brand Identity อย่างไรขึ้นมาจากองค์ประกอบเหล่านี้ และเอาองค์ประกอบเหล่านี้มากำหนดใส่ใน 4...

สร้าง Brand ให้แกร่งด้วยการเข้าใจการใช้ Archetype เพื่อสร้าง Brand Charactor

เมื่อเราจะสร้าง Brand ขึ้นมา การสร้างแบรนด์ที่ดี ไม่ได้เกิดจากการทำ Logo และ Design สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา แต่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในการที่ว่า แบรนด์ นี้จะเข้าไปตอบความต้องการและ Pian Point ของกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้อย่างไรขึ้นมา และการสร้างแบรนด์ให้เข้าไปความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้นั้น ส่วนสำคัญคือส่วนหนึ่งของการสร้าง Brand Charactor และ Brand Personality ขึ้นมา  การที่ผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายจะสนใจบางอย่าง หรือเข้ามาดูว่า Brand ตอบสนองความต้องการของเค้าได้อย่างไรบ้างนั้น สิ่งที่ดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมาหาแบรนด์ได้นั้นคือ การที่แบรนด์นั้น มี “จริต”...

Recent posts

Popular categories